บทสนทนาเรียบง่ายฝึกความเคลื่อนไหวของปลายนิ้วสัมผัสจบลงขณะเข็มสั้นยาวของนาฬิกาบอกเวลาสามนาฬิกาเศษ ลมย่ำรุ่งในฤดูใบไม้ผลิไม่รุมเร้ากรีดผิว แต่หากกลับเป็นความเย็นฉ่ำสดชื่นพร้อมกับความอบอุ่นในหัวใจ
ในเวลาสามนาฬิกาเศษที่หลายคนกำลังหลับไหล หลายคนกำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือทำวิทยานิพนธ์ตามหน้าที่ของนักเรียนที่ดี หลายคนอยู่ในระหว่างอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยมาตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นจากการเริ่มเปิดทำการของภัตตาคาร หลายคนกำลังสำเริงสำราญอยู่ในสถานบันเทิงรายล้อมด้วยสุราหลายประเภท เวลาสามนาฬิกาเศษดังกล่าวกลับเป็นเวลาเดียวกันกับที่คนสองคนจบบทสนทนายามค่ำคืน
คงจะเป็นการยากที่จะกำหนดนิยามของคู่สนทนา กำหนดวัยและจำกัดอายุที่คู่สนทนาทั้งสองฝ่ายจะต้องมี นิยามของระยะเวลาในการสนทนากันแต่ละครั้ง อีกทั้งระยะทางไกลแห่งการเดินทางของบทสนทนา คงจะเป็นการยากยิ่งกว่าที่จะกำหนดด้วยหลักเกณฑ์สั้นๆถึงเรื่องราวแห่งการสนทนา
บทสนทนาที่มักจะเริ่มต้นด้วยการทักทายแบบง่ายๆ แล้วต่อไปเรื่อยถึงการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ การเล่าเรียนศึกษาชีวิตอันเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวในต่างแดน วัยหนุ่มสาวคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของกล้ามเนื้อขนาดเท่ากำมือที่แอบซ่อนตัวอยู่ในอกข้างซ้าย ใครกันนะที่ให้นิยามว่า การเปิดเผยความเป็นส่วนตัวในเรื่องดังกล่าว มีความหมายในเชิงจิตวิทยาได้ว่าคู่สนทนาทั้งสองเริ่มมีความสนิทสนมใกล้ชิดกันเป็นพิเศษแล้ว
บรรยากาศเรื่องเศร้าควรจะถูกพัดผ่านออกไปด้วยบทลงท้ายที่บ่งบอกถึงการทำใจให้ไม่ยึดติดกับสิ่งที่ผ่านเข้ามาและผ่านออกไป เรื่องที่สรรหามาคุยกันในวาระต่อไปควรจะเป็นบทเรื่องราวของการเปิดเผยความชอบและความฝัน
น่าประหลาดที่สมองของคนเรามีซอกหลืบเล็กๆสำหรับการบรรจุความฝันเสมอ ไม่ว่าภาระกิจที่มีอยู่จะมากมายหนักหนาสักเท่าไร อายุอานามที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนใบของต้นไม้ หรือจะเป็นเวลานานแสนนานนักหนาที่ความฝันถูกฝังกลบลงไป แล้วถูกกระตุ้นให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งจากปรากฎการณ์อะไรบางอย่างหรือคนบางคน
คำถามที่น่าขบคิดเสมอคือ ความฝันเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตหรือไม่ บ่อยครั้งเหมือนกันที่สงสัยและอยากได้คำตอบว่าจะดีกว่านี้ไหมหากไม่มีความฝัน ความฝันอยากท่องเที่ยวไปมองชมสถานที่ต่างๆที่เคยอ่านผ่านตามาในวัยเด็กดูเหมือนจะเป็นตะกอนตกอยู่ภายในจิตใจมานานแสนนาน รอคอยเวลาที่จะมีเหตุการณ์ใดพัดผ่านตะกอนที่นอนก้นขึ้นมาแผ่ตรงหน้า ส่งผลให้มีการคำนวณเงินออมที่ต้องใช้ในการท่องเที่ยวดูชม และคำนวณถึงผลได้เสียจากการกระทบกับการเล่าเรียนศึกษาที่ตกปากรับคำเซ็นสัญญากับทางราชการว่าจะต้องทำให้สำเร็จ แต่หากอยู่อย่างคนไร้ความฝัน ไม่ได้สัมผัสกับความลุ่มลึกของจิตใจและความผิดหวังในการไม่ได้ทำดังฝัน เงินเก็บออมทั้งหลายก็คงมีจำนวนมากพออยู่สำหรับการจับจ่ายหรือลงทุนในโครงการเล็กๆ ทางไหนจะเป็นคำตอบที่ดีจากคำถามที่มีว่าความฝันเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตหรือไม่ ความฝันที่ในบางครั้งเป็นเพียงโครงการเล็กๆสั้นๆ อย่างเช่นการเขียนเรื่องสั้นกึ่งจริงกึ่งเท็จบอกเล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวที่ประทับใจ การนัดกันรับประทานอาหาร การพบปะเพื่อนฝูงของกันและกัน รวมทั้งถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองถึงดินแดนแห่งความฝันของคนสองคน
ในวัยเลยเบญจเพศที่พานพบคู่สนทนาที่หลากหลาย มีหลายคนที่ความฝันตรงกันและอีกมากหลายที่ความฝันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บุคคลในกลุ่มประเภทหลังเป็นบุคคลคนละกลุ่มความฝันคนละขั้ว และแลดูจะต้องระมัดระวังปกปิดไม่ให้พวกเขาทราบว่าคู่สนทนาผู้นี้มีความฝันว่าอย่างไรหากไม่ต้องการจะเสี่ยงกับความรู้สึกว่าเป็นคนมีความฝันลมแล้ง นักศึกษาปริญญาเอกในวัยนี้ควรจะมีความฝันในการขับเคลื่อนวงการกฎหมายไทยจากการรีบเล่าเรียนให้จบในเวลาสั้น มิใช่การอนุญาตให้จิตใจเพ้อเจ้อล่องลอยไปกับความฝันที่แลดูไร้สาระและแลดูเป็นขั้วตรงข้ามกับความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
หลายคนจึงมีความลังเลตั้งแต่จะเริ่มมีความฝัน ดูเหมือนว่าในบริบทของคนบางคน ความฝันดูเป็นสิ่งที่ทำลายความเชื่อมั่นในระบบความคิด เป็นสิ่งที่โหดร้ายรุนแรงหากจะมีขึ้น เพียงเพราะความเชื่อที่ว่าความฝันเป็นสิ่งทำลายแนวการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ จึงทำให้ฉงนใจเสมอว่า เหตุใดคนเหล่านั้นจึงไม่เอาความฝันมาเป็นแรงผลักดันให้มีพลังในดำรงชีวิต การตั้งความฝันไว้เป็นเรื่องสุขใจแต่หากทำไม่ได้ดังนั้นก็มิใช่เรื่องที่จะไปโทษชะตาชีวิต คนเรามีความหลายหลายและถูกสร้างมาให้ทำหน้าที่แตกต่างกัน หากเมื่อใดที่สามารถทำตามความฝันได้ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่หัวใจพองโตและเต้นแรงจากความอิ่มเอิบและดื่มด่ำ
บทสนทนากับคู่สนทนาบางคนจึงอาจจะเป็นเพียงการบอกเล่าสารทุกข์สุขดิบและวิจารณ์สถานการณ์บ้านเมืองหรือถามไถ่ข่าวคราวคนรู้จัก หากเป็นเรื่องราวที่หญิงสาวคุยกันก็คงจะหนีไม่พ้นแหล่งชอปปิ้งแห่งใหม่หรือเทรนด์เสื้อผ้าสีสันสดใสรับหน้าร้อน แต่สำหรับกับคู่สนทนาบางคนที่โชคชะตาพัดพามาให้วงจรชีวิตทับซ้อนหลืบเหลื่อมกันแล้ว บทสนทนาถึงความฝันในวัยเยาว์ หรือ ความฝันที่แอบซ่อนไว้ไม่ได้ประกาศบอกใครมากมายนักด้วยเกรงว่าจะถูกขบขัน กลับเป็นเรื่องราวพิเศษที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้เสมอไม่ว่าโอกาสใดที่โลกของคนสองคนหมุนเข้าหากัน
บางทีอาจจะน่าขอบคุณโชคชะตาที่พัดผ่านเข้ามาให้พบกับคนที่มีความฝัน แม้จะเหมือนบ้างหรือต่างกันบ้าง แต่มีความเข้าใจในการมีความฝันและดื่มด่ำกับความฝัน รวมทั้งการรอคอยระยะเวลาและโอกาสที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง ไม่รู้เหมือนกันว่าศัพท์ภาษาไทยกำหนดนิยามความสัมพันธ์ประเภทนี้ไว้ว่าอย่างไร ดูราวกับว่าภาษาที่ใช้ในการเขียนหนังสือที่แสนคุ้นเคยและเป็นภาษาแรกที่พูดได้นี้ ดูจะแคบและติดขัดไปถนัดใจเมื่อถูกป้อนคำถามเรื่องนิยามของความสัมพันธ์
แม้ไม่ใช่เรื่องราวที่เคยอยู่ในความฝันมาก่อน แต่การพบคนเช่นดังว่าก็อาจจะเรียกขานได้ว่าเป็นหนึ่งในที่มาของแรงบันดาลใจ น่าดีใจเหลือเกินที่โลกนี้ยังมีคนที่มีความฝันและเข้าใจความฝัน น่าปลาบปลื้มที่แรงบันดาลใจเป็นเพียงคนหนึ่งที่เราจับต้องได้แม้จะอยู่กันไกลแสนไกล ความสัมพันธ์กันระหว่างแรงบันดาลใจและความฝันจึงอาจจะมีเพียงว่า การแบ่งปันความฝันทำให้พบแรงบันดาลใจ แต่หากจะทำให้แรงบันดาลใจมาเป็นความฝันก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ลำบากลำบนเอาการ ต้องใจพลังใจสูง แถมการพลาดฝันในครั้งนี้อาจจะทำให้ชีวิตปัดเป๋ไปอย่างคาดไม่ถึง
เพราะบางทีแรงบันดาลใจอาจจะหาได้ยากกว่าความฝัน นอนหลับไปในแต่ละคืนก็พบกับความฝัน จะเป็นฝันดีฝันร้าย หรือฝันบอกเหตุอย่างไรก็ยังนับได้ว่ากลไกของมนุษยชาติหลีกหนีกับความฝันไม่ออก หากลืมตาตื่นมองดูหนังสือรูปถ่ายก็มีความฝันอยากไปโน่นมานี่ พูดคุยกับเพือนฝูงญาติสนิทเพียงเล็กน้อยก็สามารถเรียกเอาความฝันที่แอบตัวอยู่เงียบๆออกมาเล่าสู่กันฟังได้ ในขณะที่แรงบันดาลใจอาจต้องใช้อีกนานแสนนานในการค้นหา หากชีวิตมนุษย์ถูกสร้างสรรค์มาจากมือที่มองไม่เห็นให้มีสิทธิได้พบอะไรและเลือกอะไรได้เป็นบางอย่างแล้ว การตัดสินใจเก็บรักษาคงไว้ซึ่งแรงบันดาลใจดูจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าการเก็บรักษาความฝัน แรงบันดาลใจที่กรุ่นอยู่ในหัวใจสามารถเรียกความฝันที่หลงทางสะเปะสะปะกลับมาตีแผ่ตรงหน้าได้เสมอ
และหากแรงบันดาลใจจะมีที่มาจากการแบ่งปันความฝันจริง ก็น่าจะขอบคุณตัวเองที่เป็นคนมีความฝันและขอบคุณโชคชะตาที่พัดพาไปให้พบกับคนที่มีความฝันเฉกเดียวกัน ทำให้ไม่รู้สึกว่าตัวเองแปลกแตกต่างจากผู้อื่นนักในการกล้าหาญที่จะมีความฝันและทำตามความฝัน และน่ายินดีที่พบว่าแรงบันดาลใจยังอยู่ใกล้ๆกับเราเสมอไม่ว่าจะเป็นฐานะใดและในพิกัดองศาใดของโลก
ขอบคุณโชคชะตาที่พัดพาแรงบันดาลใจเข้ามาและน่าขอบคุณมากกว่าที่เรามีความฝันที่แบ่งปันกันได้เสมอ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในบางความฝันที่เรามีตรงกันจะเปล่งประกายเจิดจรัสอยู่ในห้วงคำนึงของเรา รวมทั้งมีโอกาสที่จะได้ผจญภัยในความฝันเดียวกันในเร็ววัน แต่หากจะลำบากจะลำบนเพราะการรอคอยเวลาที่ตรงกันหรือโอกาสที่เหมาะเพื่อทำตามความฝันแล้ว เห็นทีต่างคนจะต้องต่างดำเนินการตามความฝันแล้วมาเล่าสู่กันฟังจะดีกว่า เพราะอย่างไรเสียก็ต้องมีซักวันที่เราได้ดำเนินการตามความฝันด้วยกันแม้ว่าวันนั้นจะอยู่ไกลแสนไกล แต่ก็คงจะดีที่เรายังคงมีความทรงจำถึงความฝันที่เคยแบ่งปันกันอยู่เสมอมิใช่หรือ